ก่อนแม่จะสิ้นลมหายใจ อยากให้อ่านมากๆ
ดีมากนะ อยากให้ทุกคนได้อ่าน แล้วลองมองกลับไปว่าเราลืมใครไปหรือเปล่า
ณ………………….วันนี้
บ้านพักคนชราที่ผมไปเยี่ยมเยืยนมาหลังวันเกิดในเดือนที่แล้วเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวไม่ใหญ่โตนัก
ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของวัดเล็กๆ ที่สมภารเจ้าอาวาสอดีตนักเรียนโรงเรียนเดียวกับผม
ท่านเอาเงินที่ญาติโยมศรัทธาถวายท่านมาปลูกสร้างเพื่อให้ผู้เฒ่าผู้ชราได้มาพักอาศัยยามเมื่อขาดที่พึ่งพิง
มีโยมผู้หญิงวัยกลางคนไร้ญาติและสิ่งเกาะเกี่ยวทางโลกมาบำเพ็ญธรรมโดยไม่บวชชี
ท่วงท่าเจรจาพาทีดูสำรวมราบเรียบ พร้อมเด็กวัดลูกชาวบ้านแถบนั้นแวะเวียนผลัดเปลี่ยนกันเป็น
ผู้ดูแลผู้ชราทั้งหญิงชายที่ถูกทอดทิ้งรวม13 ชีวิต ค่าจ้างคนดูแล น้ำไฟ เสื้อผ้ายารักษาโรค ข้าวปลา อาหาร
สมภารใจดีอดีตนักเรียนช่างกลที่รอดตายมาจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เหมาจ่ายคนเดียว
โดยไม่เคยพิมพ์ฏีกาเรี่ยไรใคร พูดคุยกับท่านหลายเรื่องจนตอนจะลากลับผมควักเงิน 500 บาท
ใส่ซองถวายท่านเป็นค่าใช้จ่าย ท่านจึงนึกอะไรขึ้นมาได้ชวนผมเดินลงจากศาลาไปที่บ้านพักคนชราแห่ง นั้น
เปิดนรกบนดินอีกขุมหนึ่งให้คนบาปอย่างผมมีดวงตาเห็นธรรมโดยไม่ต้องฟังเทศน์เทียบชาดกบทใดๆ
หญิงชรารูปร่างเล็กผิวสองสีบอบบางทอดกายเหยียดตรงบนเตียงเล็กๆ แต่สะอาด มีผ้าห่มผืนบาง ๆ
ห่มปิดทรวงอกที่ยังกระเพื่อมเบาๆ ราวเครื่องยนต์ใกล้ดับอย่างเหนื่อยหน่าย แม่เฒ่าพยายามยกขึ้น ประนมไหว้
เมื่อท่านสมภารพาผมมานั่งอยู่ข้างขอบเตียง กังวานน้ำเสียงแห่งพุทธบุตรผู้เมตตาเปล่งวาจาถามไถ่ อาการและ
ให้ศีลให้พรเบาๆ แต่เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์หยาดน้ำตาแห่งความปิติ ท่วมท้นดวงตาสีขาวขุ่นแล้วค่อย ๆ
ซึมเซาะรินไหลไปตามร่องขอบตาที่เ่ยวย่นบนใบหน้าเวทนาบังเกิดจนผมต้องเบือนหน้าหนี
ผู้เฒ่าอายุ 91 ปี อาวุโสสูงสุดในจำนวน 13 คนชราของที่นี่ เรื่องราวทั้งหลายในอดีตยังเจิดจ้าอยู่ใน ความทรง
จำเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวาน…….
แม่เฒ่ามีลูกชายสองคนและหญิงหนึ่งคน 60 ปีที่ผ่านมาครอบครัวแม่เฒ่าจัดอยู่ในระดับผู้มีอันจะกินของ จังหวัด
สามีของแม่เฒ่ามีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ก่อร่างสร้างตัวจากกรรมกรกินค่าแรงรายวันโดยแม่เฒ่ารับจ้าง
ทอผ้าอยู่ในโรงงงานแห่งหนึ่ง อดออมสะสมจนฐานะดีขึ้น สามารถสร้างหลักฐานจนมีที่ดินบ้านช่องสม ฐานะ
แต่สามีก็ยังทำงานหนักไม่ยอมพักหวังจะฟูมฟักลูก 3 คนให้อยู่อบอุ่น กินอิ่มโดยไม่ต้องลำบากช่วงนั้นแม่ เฒ่า
เลิกทอผ้าแล้วอยู่บ้านเลี้ยงลูก3 คนที่อยู่ในวัยซวนไล่เรียงตามลำดับ เช้าวันหนึ่งเมื่อลูกชายคนโตอายุได้ 6 ขวบ
สามีของแม่เฒ่าก็หลับไปไม่ตื่นมาร่ำลา หมอที่โรงพยาบาลบอกว่าสามีตับแข็งตายทั้ง ๆ ที่ไม่เคยแตะ เหล้าซักหยด
แม่เฒ่าเปลี่ยนสภาพบ้านพักเปิดเป็นร้านค้าโชห่วยขายของสารพัดชนิดอดทนอดออมเลี้ยงลูกทั้ง 3 คน ให้
ร่ำเรียนจนจบปริญญา ครอบครัวอบอุ่นพี่น้องรักใคร่กันดี ไม่มีเค้าลางว่าจะแตกหัก ดั่งหนึ่งคนละสาย เลือด
ลูกชายคนโตแต่งงานไปกับลูกสาวเจ้าของร้านขายทองในตลาดในชีวิตของแม่เฒ่าไม่เคยมีความสุขครั้ง ไหน
เหมือนวันที่ลูกชายแต่งงานสมบัติที่มีแม่เฒ่าจัดแบ่งเป็นสามส่วนให้ลูกชายคนโตเปิดร้านขายทองตามที่สะใภ้ ต้องการ ปีต่อมา
ลูกคนที่สองแต่งสาวเข้าบ้านอีกคนแม่เฒ่ายกบ้านและที่ดินที่เปิดร้านขายของสองคูหาสามชั้นให้เป็นสมบัติ ของ ลูกด้วยความยินดีโดยที่แม่เฒ่าขอสิทธิ์แค่อยู่อาศัย
สองปีถัดมาลูกสาวคนสุดท้องแต่งกับข้าราชการระดับหัวหน้ากองในจังหวัดแม่เฒ่ายกที่ดินและเงินสดก้อนสุด
ท้ายของแม่เฒ่ารับขวัญลูกเขยด้วยความปรีดา
สัตว์โลกทั้งหลายล้วนเวียนว่ายก่อเกิดเพื่อมาชดใช้กรรมเก่าสะใภ้ คนที่สองเริ่มจุดประกายแห่งการแตก หักตั้งแต่แต่ง
เข้าบ้านไม่เคยแม้แต่เสียบปลั๊กหม้อหุงข้าวแม่เฒ่ากลายเป็นทาสในเรือนซักผ้าทำกับข้าวจัดสำรับคับค้อนตั้ง โต๊ะคอย
ท่าสองผัวเมียกินก่อนจนอิ่มแม่เฒ่าจึงมีโอกาสได้กินของเหลือก่อนจะเก็บกวาดถ้วยชามไปล้างกวาดเช็ดบ้านช่องเรียบร้อย
แล้วจึงได้พักผ่อนด้วยการเดินออกไปคุยกับเพื่อนบ้านในวัยไล่เลี่ยกัน สะใภ้สองเข้มงวดแม้แต่ของสดทุก ชนิดที่ซื้อมาทำกับ
ข้าวต้องถามราคาแล้วยกไปชั่งน้ำหนักราคาสินค้ากับเงินทอนที่เหลือต้องตรงกับเงินที่ให้ไปตลาดแต่แม่เฒ่า ก็ไม่เคยเก็บมาเป็นอารมณ์
แล้ววันหนึ่งสะใภ้สองก็จัดระเบียบการกินใหม่หล่อนไปสั่งผูกปิ่นโตเพื่อนกินกันแค่สองผัวเมียแล้วสั่งให้ผัว จ่ายเงินให้แม่เฒ่า
แค่วันล่ะยี่สิบบาทไปหากินเอาเองด้วยเหตุผลโง่ ๆ คือต้องการประหยัด แต่ลึก ๆ ในใจไม่ต้องการให้ แม่ผัวเม้นส่วนเกิน
แม่เฒ่าคิดเอาเองว่าลูก ๆ คงไม่อยากให้แม่เหนื่อยจึงน้อมรับประกาศิตลูกสะใภ้ด้วยดุษฏี สองสามวัน ต่อมาแม่เฒ่าก็ลืมสิ้น
เพราะความรักลูก
หลายครั้งที่แม่เฒ่าคิดถึงลูกชายคนโตที่เปิดร้านขายทองในตลาดแม่เฒ่าจะเจียดเงินที่เก็บออมไว้ ซื้อผล ไม้ที่ลูกชอบติดมือไป
ด้วยแต่ทุกครั้งที่แม่เฒ่าเดินเข้าไปในบ้านสะใภ้ใหญ่จะมองอย่างเหยียด ๆ แล้วเดินหนีเข้าห้องแอร์ปิด ประตูนอนดูโทรทัศน์สั่ง
คนใช้ให้คอยสอดส่องเดินตามแม่เฒ่า เธอกลัวแม่ผัวขโมยของในบ้านจะคุยกับลูกชายนั่นก็ออกอาการ ไม่ว่างถามคำตอบคำ
เหมือนหนามตำโดนโคนลิ้นจนอ้าปากลำบากลำบน อึดอัดแม่เกรงใจเมีย แกล้งถอดสร้อยคอทองคำเส้น โตที่ห้อยแขวนพระเครื่อง
ราคาแพงในกรอบทองฝังเพชรพวงใหญ่ขึ้นมาส่องทีละองค์ด้วย ความเลื่อมใสและไม่แม้แต่จะชายตามอง แม่เฒ่าที่นั่งซึมอยู่ข้างตู้
ทองอย่างเดียวดาย เก้ ๆ กัง ๆ อยู่พักใหญ่ก็เดินออกจาก บ้านลูกชายคนโตอย่างเหงา ๆ โดยมีคนใช้ ของลูกหิ้วถุงผลไม้ตามมายัด
คืนใส่มือ ระหว่างทางก็แวะทักทายคนรู้จักเพื่อรักษา
มารยาท แต่ในใจของแม่เฒ่ามันวังเวงจนจำไม่ได้ว่าพูดคุยกับใครไปบ้างระหว่างทาง ลูกสาวคนเล็กที่ แม่เฒ่าทั้งรักทั้งหวงนั่น
แทบไม่ต้องพูดถึงเธอยื่นคำขาดกับแม่เฒ่าตั้งแต้ครั้งแรกที่ไปเยี่ยมว่าถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปหาเพราะบ้าน เธอมีแขกที่เป็นลูกน้อง
ของผัวและพ่อค้าวานิชเข้าพบผัวของเธอเพื่อขออำนวยความสะดวกในทางธุรกิจบ่อยๆ และผัวของหล่อน ก็ค่อนข้างเจ้ายศเจ้า
อย่างถ้าแม่เฒ่ารักลูกก็ควรจะต้องรักษาเกียรติรักษาหน้าตาของผัวลูกด้วย แม่เฒ่าไม่เข้าใจว่าการรักษา หน้าตาของลูกเขยนั้น
ต้องทำอย่างไรแม่เฒ่ายังเคยปลื้มกับคำชมของเพื่อนบ้าน เขาว่าแม่เฒ่าวาสนาดีลูกเขยเป็นเจ้าคนนาย คนแม่เฒ่าก็ได้แต่แอบปลื้มทั้งๆ
ที่ไม่เข้าใจว่าทำไมการเป็นเจ้าคนนายคนจึงเหมือนกำแพงชนชั้นปิดกั้นระหว่างความเป็นแม่ลูกจนหนักหนา สาหัสขนาดนั้น
ร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์โผล่ขึ้นมารายรอบร้านค้าของลูกชายคนที่สองกระทบธุรกิจของสองผัวเมียจนทรวดเซ
ของขายไม่ได้มากเหมือนเก่าที่เอาอะไรมาวางก็ขายหมด ปัญหาและวิกฤติการเงินในบ้านส่งสัญญาณถึง ขาลงสองผัวเมียเริ่มมีปาก
เสียงกันบ่อยครั้ง และแทบทุกครั้งลูกสะใภ้ก็จะฉวยโอกาสด่ากระทบแม่ผัวเป็นของแถมโดยไม่มีเหตุผล โดยที่ลูกชายก็ไม่ออก
อาการปกป้องแม่เฒ่าแต่อย่างใด…
12 มิถุนายน ประมาณ 3 ทุ่มของคืนโลกาวินาศ ท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยพยับเมฆสลับกับเสียงฟ้าร้องดัง กึกก้องเป็นระยะๆ ครู่ใหญ่ ๆ
ต่อมาสายฝนจึงโปรยปรายชุ่มฉ่ำน้ำนองไปทั่วเมือง ลูกชายลูกสะใภ้ออกไปกินข้าวนอกบ้านยังไม่กลับ ปล่อยแม่เฒ่า
เฝ้าร้านค้าคนเดียว แม่เฒ่าจำได้ว่าวัยรุ่นสองคนขี่รถเครื่องฝ่าสายฝนมาจอดหน้าร้านขอซื้อเบียร์หนึ่งขวด แม่เฒ่ารับเงินแล้วเดิน
เข้าไปเก็บในลิ้นชักโดยไม่ระแวงว่า สองวัยรุ่นแอบยกลังใส่บุหรี่ที่ลูกชายสั่งมายังไม่แกะกล่องช่วยกัน แบกขึ้นรถขี่หายไปกับความมืด
ก่อนสี่ทุ่มเล็กน้อยสองผัวเมียจึงขับรถกลับเข้าถึงบ้านช่วยกันเก็บของเข้าร้าน วางของทุกชิ้นเข้าที่ ๆ เคยวาง เมื่อไม่เห็นลังบุหรี่จึงหัน
ไปตะโกนถามแม่เฒ่าที่กำลังจุดธูปไหว้รูปสามีบนหิ้งเพียงคำตอบที่แม่เฒ่าตอบว่าไม่เห็นก่อนปักธูปลงกระ ถางเสียงสบถด้วยคำหยาบ
ของลูกชายก็ดังสวนสนั่นบ้านครู่เดียวทั้งลูกสะใภ้กับลูกชาย ก็สลับปากจิกหัวด่าแม่กึกก้องประสานเสียงกับ สายลมนอกบ้าน ก่อนที่ทั้งคู่
จะขับรถไปโรงพักแจ้งจับแม่ลักทรัพย์
ตำรวจพาแม่เฒ่าไปนั่งอยู่หน้าโต๊ะร้อยเวรแม่เฒ่าให้การไม่รู้ด้วยซื่อบริสุทธิ์โดยไม่ตัดพ้อต่อว่าลูกชายแม้แต่ คำเดียว กว่าชั่วโมงใน
ห้องแอร์เย็นเฉียบแต่ในอกในใจของร้อยเวรหนุ่มร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟนรกแผดเผาที่ต้องวิงวอนสองผัวเมีย ให้เห็นบาปบุญคุณโทษแต่
สองผัวเมียกลับโยนภาระตอกย้ำให้ตำรวจอบรมแม่เฒ่า ก่อนที่จะสะบัดก้นกลับไปบ้านโดยไม่ใส่ใจแม่เฒ่า ที่เปียกฝนนั่งสั่นสะท้านด้วย
ความหนาวเหน็บ สายฝนยงสาดซัดกระหน่ำหนักเหมือนฟ้าแตก ตำรวจยศนายดาบขับรถร้อยเวรมาส่งแม่ เฒ่าที่บ้านบ้านซึ่งประตูเหล็ก
ถูกปิดสนิท แม่เฒ่าลงจากรถเดินฝ่าฝนถึงหน้าบ้านแล้วแม่เฒ่าก็ตกใจสุดขีดกับภาพเบื้องหน้าที่พื้นหน้าบ้าน เสื้อผ้าเก่า ๆ ยัดแน่นอยู่ในถุง
ถูกโยนออกมากองเรี่ยราดเหมือนขยะ บนกองเสื้อผ้าของแม่เฒ่า กระถางธูปและรูปถ่ายของสามีแตก กระจายเกลื่อนกราด หยาดฝนสาด
ซัดรูปถ่ายขาวดำของสามีจนเปียกปอนขาดวิ่น แม่เฒ่าก้มลงหยิบรูปของสามีมากอดแนบอกน้ำตาแห่งความ รันทดทะลักล้นปนน้ำฝนปวด ร้าวเหมือนถูกฟ้าผ่าเข้ากลางใจ
แม่เฒ่ากอดรูปนั้นไว้เหมือนจะปกป้องจากสายฝนสุดชีวิต สองเท้าออกก้าวช้า ๆเหมือนร่างไร้วิญญาณเข้า ตลาดไปหยุดนิ่งอยู่หน้าร้านขายทอง ของลูกชายคนโตเหมือนเป็นการบอกลาแล้วลัดเลาะฝ่าความมืดและสายฝนไปยืนอยู่หน้าบ้านลูกสาวคนเล็ก เก็บภาพแห่งความรักความทรงจำสุด ท้ายเป็นครู่ใหญ่จึงเดินจากไปท่ามกลางเสียงกึกก้องของฟ้าร้องระงม สลับกับเสียงฟ้าผ่าแน่นหนักเป็น
ระยะดั่งเจ้ากรรมนายเวรกำลังเร่งรีบกรีด นิ้วกัปนาทบรรเลงเพลงกรรมในอดีตชาติติดตามมาทวงคืนให้แม่เฒ่าต้องชดใช้อย่างบอบช้ำยับเยิน รถ กระบะเก่า ๆคันนั้นวิ่งฝ่าสายฝนมาจอด สงบนิ่งอยู่หน้ากุฏิพระของสมภารเจ้าวัดตอนตีสามเศษๆ คนขับรถพบแม่เฒ่าเดินโซซัดโซเซอยู่ข้างถนน เปล่าเปลี่ยวเดียวดายด้วยใจเมตตา เมื่อแม่เฒ่าต้องการมาที่นี่ จึงขับรถมาส่งด้วยความสังเวชแม่เฒ่ามักคุ้นกับสมภารวัดนี้มานานแล้วตั้งแต่ เจ้าอาวาสองค์เก่ายังอยู่นาทีสุดท้ายของ การตัดสินใจครั้งใหญ่ของชีวิตจึงไม่มีที่ไหนอบอุ่นให้พึ่งพิงเหมือนร่มเงาฉัตรแก้วกงธรรมแห่งรัตนะทั้งสาม ฟ้าเริ่มขมุกขมัวใกล้ค่ำลงทุกขณะ
ผมจำเป็นต้องบอกลาท่านสมภารและแม่เฒ่าเจ้าของเรื่องราวน่าสลด นับแต่นาทีแรกที่แม่เฒ่ามาถึงที่นี่จน วันนี้แม่เฒ่าไม่เคยออกไปนอกวัดเหมือนๆ กับที่ทั้งสามคนก็ไม่เคยออกติดตามถามหาจะรู้หรือไม่ก็แล้วแต่ ว่าแม่ซมซานมาอยู่วัดแต่ก็ไม่เคยปรากฏแม้
แต่เงาของลูกทั้ง 3
ผมจากลาออกมาทั้งที่น้ำตาเปื้อนหน้าประโยคสุดท้ายของแม่เฒ่าที่ฝากมา.. ” แม่จำลูกได้ทุกอย่างตั้งแต่ เกิดจนโตจะทุกข์จะสุขก็คือลูกของแม่ แม่ให้โดยไม่เคยวาดหวังจะได้จากลูกทุกคนเป็นการตอบแทน ลูกเอ๋ย…เมื่อลูกยังเป็นทารกทุกครั้งที่ แนบอกดูดดื่มน้ำนมจากเต้า สองมือน้อย ๆ ของเจ้าไขว่คว้าอยู่ไหว ๆ วันนี้แม่สิ้นแรงแทบสิ้นใจจะมีมือ ของลูกคนไหนเอื้อมมาปิดตาให้แม่ก่อนสิ้นลม…..”
ก่อนแม่จะสิ้นลมหายใจ ได้บทความจากคุณสุรสิทธิ์
Start Slide Show with PicLens Lite
























เรื่องเศร้าเย็นวันนี้….ต้องขอบคุณเจ้าของบอร์ดที่เอามาลง
เป็นอุธาหรณ์เตือนใจ แก่วัยรุ่นหลายคน ที่เอาติดเกม อิอิ (โดนตัวเอง)
เวลาที่เราทุ่มเทให้กับสิ่งอื่นใด
ก็คงไม่มีเวลาไหนที่มีค่าที่สุดที่เราจะทุ่มให้ครอบครัว
ตอนนี้ใครที่ยังไม่ได้บอกรักพ่อแม่ของตัวเอง
ก็เริ่มเสียตั้งแต่วันนี้นะพี่น้อง
อยากจะบอกรักแม่ไม่ต้องรอวันสำคัญใดๆเลย แค่เราทำต่อไปนี้
1.เวลาที่เราอ่านหนังสือดึกๆแม่มาไล่ไปนอน ให้เราบอกกับแม่ว่า “รักแม่นะ”
2.เวลาเรากลับจากมหาลัย เมื่อเจอหน้าแม่ก็บอกกับแม่ว่า “รักแม่นะ รักพ่อนะ”
3.กินข้าวบนโต๊ะ ฝีมือแม่ นั่งกันพร้อมหน้าก็พูด “รักแม่นะ รักพ่อนะ”
4.ก่อนเข้านอนก็พูด “รักแม่นะ รักพ่อนะ”
5.ถ้าวันเกิดแม่ ทิ้งโน๊ต ไม่ก็ซื้อดอกไม้ที่ตลาดเข้าไปฝาก
6.วันพ่อแม่ก็ซื้อของติดไม้ติดมือเข้าไป ใครไม่มีไรให้ก็เอาเกรดที่คิดว่าดีที่สุดให้
……………………………
…………………..
…………….
จนกว่าพ่อ-แม่ จะบอกว่า “มรึงไม่เบื่อมั่งหรอ” นั่นแหละถึงจะเรียกว่า พอดี
อิอิ โดนบ่อย……
เขิลว่ะ เคล็ดลับกรูเลยนะนี้
แล้วเอาไปใช้กับแฟนได้ด้วย….
แฮ่ๆๆๆๆ
บรู๊วววววววววววววว
omega
28 Jul 07 at 9:34 am
เอาเรื่องมาฝาก
จะเอาเรื่องแรกเป็นนิยายอย่างยาว ตอนแรกที่แต่งไว้มันเป็นแฟนตาซี
เผอิญมีคนไม่ชอบแนวนี้ ก็เลยนั่งแก้ใหม่ ให้เป็นแนววิทยาศาสตร์
ซึ้งจะดำเนินเรื่องแบบ FF8 ผสมผสาน ความคิดของผู้แต่ง
โดยใช้ชื่อว่า “Omega Weapon The Love War End”
ชื่อไทยว่า “อาวุธชิ้นสุดท้าย บทสรุป สงคราม ความรัก”
บทนำ
ปลายศตวรรษ ที่ 22 เกิดเทคโนโลยีชนิดใหม่ล่าสุด คือ ฟิสิกส์ระดับเซลล์(ฟิสิกเคิล ไบโอนอย์ เลเวลเซลล์) เป็นการดัดแปลง โมเลกุลระดับเซลล์ โดยใช้หลักวิทยาการของฟิสิกส์ โดยดึงไมโตรอนเดรีย แล้วโอนถ่าย คุณสมบัติ
จำเพาะในการสร้างพลังงานให้แก่นิวเคลียสแทน ซึ่งในอนาคต เราไม่จำเป็น
ต้องใช้พลังงานทางอาหารอีก แล้วยังสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ด้วย การทดลอง
ประสบความล้มเหลวอย่างรุ่นแรง มีเพียงการทดลองเดียวที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์
โดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีใครคาดใหม่ว่ามันจะได้ผล แต่ผลงานนั้นก็ได้สาบสูญไป
จากการระเบิดของห้องทดลองลับลอยฟ้า ไม่ผลเจอผลงานชิ้นนั้น มีเพียงคำ
บอกเล่าจากเหล่านักวิทยศาสตร์ โครงการนี้ถูกส่งต่อโดยบริษัทยักษ์ใหญ่
ทำการวิจัยและพัฒนาต่อ เวลาล่วงเลยไปกว่า 15 ปี…..
ถ้าเพื่อนๆสนใจ+เจ้าของบอร์ดสนใจ
จะเอามาลงให้น้า ถ้าไม่เอาก็ไม่ลงอ่ะ
กล้วไม่มีคนอ่าน…เราแต่งไม่ค่อยเก่งด้วย
ช่วยๆๆกานเน้อออออ
omega
28 Jul 07 at 9:52 am
อ่านแล้วเศร้าจิงๆ โดยเฉพาะย่อหน้าสุดท้ายอ่า น้ำตาจะไหล….
ไอเรามันก็ลูกที่ไม่ได้เรื่องอ่านะ ทำกะพ่อแม่ไม่ดีก็เยอะแยะ
ต่อไปเราจะปรับปรุงตัวละกัน ไม่รู้มันจะดีขึ้นบ้างไม๊
แล้วก็จะทำตามคำแนะนำของแกนะแมวน้ำ
ตั้งแต่โตมาเนี่ยไม่เคยบอกคำนั้นกะพวกเค้าเรย…….ดูแย่เนอะ..เหอะๆ
แล้วที่สำคัญคำนั้นเราก็ไม่กล้าใช้กะคนที่อยากจะบอกด้วย ฮ่าๆๆๆ อายๆๆ
>>>>
ส่วนนิยายแนววิดยาของแก เราก็จะรออ่านนะเว้ย น่าหนุกว่ะ
แต่ขอรีเควสนิยายรักบ้างได้ป่าว
เรื่องเน่าๆแกน่าจะถนัดนะ………รอนะเอ็ง…รีบปั่นด้วย
||m@y||
28 Jul 07 at 1:52 pm
555+
ไอ้พะยูนรู้ใจเสมอ…อิอิ
มีเรื่องสั้น แต่เป็นแนวเกย์ว่ะ 555+
เอิ๊กๆๆๆๆๆ
ชื่อ “รักครั้งแรกของหัวใจ รักครั้งสุดท้ายของชีวิต”
ชื่อปะกิด(เดียวจะสอบแหละ ฝึกๆหน่อย) “Frist love…Last love”
เนื้อเรื่องย่อ
เด็กชายสองคนซึ่งได้มีความรักให้กันมากว่า 15 ปี และปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่
ความรักของพวกเขาสองคนจะจบลง….(มันเป็นเรื่องสั้นอ่ะถ้ากรุเล่าเยอะมัน
จะจบ เอาไปเกริ่นๆพอ)
กับอีกเรื่อง
……
…
…
..
ชื่อ “ต่างมุมมองที่เรียกว่ารัก”
ชื่อปะกิด “Eros”
เกริ่นๆ
เป็นคน 8 คนที่มีความรัก ในมุมมองของแต่ละแบบ
คู่แรก…มีความรักที่บริสุทธิ์ รักแท้ ไม่เกี่ยงเรื่อนฐานะ เพศ และหน้าตา
คู่สอง…มีความรักในมิตรภาพ ที่ยากจะอธิบายได้ แต่รู้ว่ามมันคือรัก
คู่สาม…มีความรักระหว่างพ่อลูก คุณจะซึ้งจนต้องน้ำตาไหล
คู่ที่สี่…มีความรักและศรัทธา ถึงแม้จะไม่สมหวังเลยก็ตาม
แต่ละคน แต่ละคู่ จะมาบอกความหมายของคำว่ารัก ในทุกตัวอักษร ทุกเรื่องราว
ให้ทุกคนที่อ่านได้เข้าใจความหมายของคำว่ารัก ในหลายมุมมอง
ความรัก ไม่จำเป็นต้องเกิดจากคนเพียงสองคน ไม่จำเป็นต้องเรียกว่าแฟน
แต่ความรัก….คือสิ่งที่หัวใจทุกคนมีให้และได้รับ อย่างตั้งใจและไม่รู้ตัว
เหลือเพียงว่า “คุณมองมันในมุมใดเท่านั้น”
…..
…
…
เรื่องสุดท้าย อิอิ เรื่องนี้ภูมิใจว่ะ
ฮามากๆๆๆๆๆๆ
ชื่อ “7วันก่อนงานแต่ง”
ชื่อปะกิด “seven day heaven”
เนื้อเรื่องย่อ
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าแฟนที่คบกันมา บอกชอบคุณ โดยมีเวลาจัดการกับอุปสรรค
นานนัปการ และเวลาเพียง 7 วัน ที่ฝ่ายชายจะตาย แต่ฝ่ายหญิงไม่รู้….เนื้อเรื่อง
สุดฮาจะพาคุณหัวเราะท้องแข็ง ไปกับการแก้ปัญหาของฝ่ายหญิง ซึ่งจะต้อง
จัดงานแต่งให้เสร็จภายใน 7 วัน (เงินก็ไม่มี พ่อแม่ก็ไม่รู้ …..)
จบ……
55555555+
555555+
ต้องรอเจ้าของบอร์ดอนมัติก่อนน้า อิอิ
จบ…..ความรักที่มี
omega
28 Jul 07 at 11:38 pm
สรุปจะเอาเรื่องไหนกานแน่เนี้ย เอาขึ้นให้ไม่ถูก
moji
29 Jul 07 at 1:32 am
เงียบเว้ย
moji
29 Jul 07 at 3:11 am
ก็ดูเพื่อนๆโหวตก่อน
แล้วแกอนุญาติป่าว
จะได้เอามาลงให้
แง่มๆๆๆๆ
omega
29 Jul 07 at 4:06 am
เอามันทุกเรื่องอาแหละ แต่ขอ eros ก่อนนะ
ท่าทางจะเน่า ชอบบบบ
||m@y||
29 Jul 07 at 5:21 am
“7วันก่อนงานแต่ง”
ฟังแล้วน่าหนุกดีอ่ะ
Net
1 Aug 07 at 12:21 pm
แล้วเมื่อไหร่ตูจะได้อ่านหว่า?
||m@y||
5 Aug 07 at 7:32 pm